เครื่องคำนวณขนาดสถานะ
กำหนดความเสี่ยงก่อน แล้วให้จำนวนหุ้นตามมา: มูลค่าบัญชี เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง ราคาเข้า และราคาตัดขาดทุน ให้ขนาดสถานะที่จะขาดทุนเท่ากับที่เลือกพอดีหากราคาถึงจุดตัดขาดทุน
การตั้งค่า
แป้นพิมพ์ลัด
| Tab / Shift+Tab | ช่องถัดไป / ก่อนหน้า |
| ↑ / ↓ | เพิ่มหรือลดค่าทีละ 1 (Shift: 10, Alt: 0.1) |
| Enter | คัดลอกผลลัพธ์หลัก |
| [ / ] | ลด / เพิ่มตำแหน่งทศนิยม (เปอร์เซ็นต์) |
| Esc | ล้างช่องกรอก |
สูตรกำหนดขนาดสถานะ
การกำหนดขนาดสถานะคิดย้อนทางกับวิธีที่คนส่วนใหญ่ซื้อหุ้น แทนที่จะถามว่า “เงินพอซื้อกี่หุ้น?” จะถามว่า “กี่หุ้นจึงจะคุมขาดทุนไว้ที่ตัวเลขที่เลือก?”:
shares = (account × risk%) ÷ |entry − stop|
ทุกอย่างในสูตรอยู่ในการควบคุมของคุณก่อนซื้อขาย มูลค่าบัญชีและเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงกำหนดเงินที่ยอมเสีย ส่วนระยะห่างจากราคาเข้าถึงราคาตัดขาดทุนบอกว่าหุ้นหนึ่งหุ้นอาจใช้เงินที่เสี่ยงไปเท่าไร สังเกตสิ่งที่ไม่มีในสูตร: ความเชื่อมั่น โอกาสขึ้น หรือรูปแบบการเทรดที่ดูดี การกำหนดขนาดสถานะคือการตั้งรับล้วน ๆ — ฝั่งรุกอยู่ที่อัตราส่วนความเสี่ยง/ผลตอบแทน
วิธีใช้งาน
- กรอกมูลค่าบัญชี เงินทุนรวมที่ใช้คูณเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง — ในตัวอย่างคือ $10,000
- เลือกเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง รายการขาดทุนหนึ่งครั้งยอมให้เสียเงินจากบัญชีได้เท่าไร 1% เป็นแนวทางที่ใช้กันทั่วไป ช่องนี้รับค่าทศนิยมได้
- กรอกราคาเข้าและราคาตัดขาดทุน ราคาที่วางแผนจะซื้อ และราคาที่จะปิดสถานะหากผิดทาง — ในที่นี้คือ $50 และ $48
- อ่านจำนวนหุ้นและต้นทุน Shares = (account × risk%) ÷ (entry − stop) ปัดลง: 50 หุ้น มูลค่า $2,500 — หนึ่งในสี่ของบัญชี โดยเสี่ยง $100 พอดี
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
กำหนดขนาดตามความรู้สึก — สถานะ $2,000 ที่ว่า “เล็ก” หรือ $8,000 ที่ว่า “ใหญ่” — ทำให้ขาดทุนไม่สัมพันธ์กับแผน เพราะขาดทุนขึ้นกับระยะถึงจุดตัดขาดทุน ไม่ใช่ขนาดสถานะ สถานะ $2,000 ที่ตัดขาดทุน 20% เสีย $400 ส่วนสถานะ $8,000 ที่ตัดขาดทุน 2% เสีย $160 งานวิจัยทฤษฎีความคาดหวังแสดงว่าความเจ็บปวดจากขาดทุนมากกว่าความพอใจจากกำไรราวสองเท่า นี่เองคือเหตุผลที่ควรกำหนดตัวเลขขาดทุนไว้ก่อน — บทความเรื่องอคติขายหุ้นกำไรแต่ถือหุ้นขาดทุนเชื่อมจิตวิทยานี้กับสิ่งที่ผู้ซื้อขายทำจริง
คำถามที่พบบ่อยเรื่องขนาดสถานะ
คำนวณขนาดสถานะจากจุดตัดขาดทุนอย่างไร?
การหารสองขั้น ขั้นแรกหาเงินที่เสี่ยง: account × risk% — บัญชี $10,000 เสี่ยง 1% คือวางเงิน $100 ไว้ในความเสี่ยง ขั้นที่สองหาความเสี่ยงต่อหุ้น: |entry − stop| — เข้า $50 และตัดขาดทุน $48 เสี่ยง $2 ต่อหุ้น Shares = $100 ÷ $2 = 50 หุ้น ใช้เงิน $2,500 ระยะถึงจุดตัดขาดทุนเป็นตัวกำหนดจำนวนหุ้น ไม่ใช่มูลค่าบัญชี
กฎ 1% คืออะไร?
แนวทางกำหนดขนาดสถานะ: เสี่ยงไม่เกิน 1% ของบัญชีต่อรายการ เพื่อไม่ให้ขาดทุนครั้งเดียว — หรือแม้แต่ช่วงที่แพ้ต่อเนื่อง — ทำให้คุณออกจากเกม ขาดทุน 1% ติดต่อกันสิบครั้งจะเหลือเงินในบัญชี 90.4% แต่ขาดทุน 10% สิบครั้งจะเหลือ 34.9% — และยิ่งตกลงลึก คณิตศาสตร์การฟื้นตัวยิ่งทำงานสวนทางกับคุณ (ดูตารางการฟื้นตัวจากขาดทุน)
ทำไมเครื่องคำนวณจึงปัดจำนวนหุ้นลง?
การปัดขึ้นทำให้เสี่ยงเกินที่เลือก — การปัดลงคงความเสี่ยงให้ไม่เกินตัวเลขของคุณ หากโบรกเกอร์รองรับเศษหุ้น ให้เปิดตัวเลือก แล้วระบบจะแสดงจำนวนที่แม่นตรง (เสี่ยง $100 โดยมีความเสี่ยง $3 ต่อหุ้น ได้ 33.3333 หุ้น) การปัดลงเป็นหุ้นเต็มทำให้ความเสี่ยงที่เกิดจากขนาดสถานะมักต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย และไม่สูงกว่าเลย
ถ้าต้นทุนที่คำนวณได้มากกว่าเงินในบัญชีล่ะ?
เกิดขึ้นได้เมื่อจุดตัดขาดทุนอยู่ใกล้มาก: ความเสี่ยงต่อหุ้นลดลง จำนวนหุ้นจึงพุ่งสูง เครื่องคำนวณจะแจ้งเตือน — การซื้อหุ้นจำนวนนี้ต้องใช้เลเวอเรจ ซึ่งเพิ่มต้นทุนและความเสี่ยงที่หน้านี้ไม่ได้จำลอง การวางจุดตัดขาดทุนให้ห่างขึ้นหรือลดเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงทำให้ขนาดสถานะกลับมาอยู่ภายในเงินในบัญชี